คู่มือ
สำนวน (idiom) กับ phrasal verb ต่างกันอย่างไร
ทั้งสำนวนและ phrasal verb ต่างก็เป็นกลุ่มคำที่เดาความหมายได้ไม่เสมอไป ผู้เรียนจึงมักสับสนสองอย่างนี้ แต่ทั้งสองมีโครงสร้างต่างกัน และการรู้ความต่างจะช่วยให้คุณเรียนแต่ละแบบได้ดีขึ้น
สำนวนคืออะไร
สำนวนคือถ้อยคำที่มีรูปตายตัว ซึ่งมีความหมายต่างจากความหมายของคำแต่ละคำ สำนวนมีรูปแบบได้แทบทุกแบบ: วลีกริยา (spill the beans), วลีคำนาม (a blessing in disguise), วลีบุพบท (under the weather) หรือทั้งประโยค (actions speak louder than words)
- Spill the beansเปิดเผยความลับ“She spilled the beans about the surprise party.”
- A blessing in disguiseสิ่งที่ดูไม่ดีในตอนแรก แต่กลับกลายเป็นผลดี“Missing that train was a blessing in disguise.”
- Under the weatherรู้สึกไม่ค่อยสบาย“I stayed home because I felt under the weather.”
- Actions speak louder than wordsสิ่งที่คนทำสำคัญกว่าสิ่งที่พูด“He promised to help, but actions speak louder than words.”
Phrasal verb คืออะไร
Phrasal verb คือกริยาที่มีคำเล็ก ๆ หนึ่งหรือสองคำตามมา เรียกว่า particle เช่น up, off, out หรือ in: give up, look after, run out of กริยาและ particle ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นกริยาตัวเดียว และคุณใช้มันเหมือนกริยาทั่วไปได้ในทุก tense: I gave up, she has given up
Phrasal verb บางคำเข้าใจง่าย เช่น sit down หรือ come back แต่หลายคำไม่ใช่: give up แปลว่าเลิกพยายาม และ put up with แปลว่าทนกับสิ่งที่ไม่น่าพอใจ คุณเรียนได้ที่ phrasalverbs.app เว็บไซต์ phrasal verb ของเรา
ความต่างหลัก ๆ
- รูปแบบ: phrasal verb ประกอบด้วยกริยาบวก particle เสมอ ส่วนสำนวนจะเป็นกลุ่มคำแบบไหนก็ได้
- ความยืดหยุ่น: phrasal verb เปลี่ยนรูปเหมือนกริยาทั่วไป (give up, gave up, given up) และบางคำแยกออกจากกันได้ (give it up) ส่วนสำนวนจำนวนมากไม่เปลี่ยนเลย: once in a blue moon คงรูปเดิมเสมอ
- รูปแบบซ้ำ: phrasal verb ใช้ particle เพียงไม่กี่ตัว จึงเกิดเป็นครอบครัวที่สังเกตได้ เช่น get up, get on และ get over สำนวนไม่มีรูปแบบแบบนี้ จึงต้องเรียนทีละสำนวน
- ความหมาย: phrasal verb อาจมีความหมายตรงตัว (pick up เหรียญจากพื้น) หรือไม่ก็ได้ ส่วนสำนวนนั้น ตามนิยามแล้วไม่มีความหมายตรงตัว
จุดที่ทับซ้อนกัน
ถ้อยคำบางอย่างเป็นได้ทั้งสองแบบ สำนวนมักมี phrasal verb อยู่ข้างใน: get out of hand สร้างจาก get out of และ phrasal verb ที่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบก็อาจให้ความรู้สึกเหมือนสำนวน: break the ice เป็นสำนวนและ break down เป็น phrasal verb แต่ในทั้งสองกรณี break แทบไม่เกี่ยวกับการทำของแตกเลย
- Get out of handยากเกินกว่าจะควบคุมได้“Without clear rules, the discussion can get out of hand.”
- Break the iceช่วยให้ผู้คนรู้สึกสบายใจเมื่อพบกันครั้งแรก“A short game helped break the ice at the workshop.”
วิธีเรียนแต่ละแบบ
เรียน phrasal verb ตามกริยาและตามหัวข้อ และใส่ใจไวยากรณ์ของมัน: มีกรรม (object) หรือไม่ และกรรมวางไว้ตรงไหน เรียนสำนวนตามหัวข้อและสถานการณ์ และใส่ใจน้ำเสียง เพราะบางสำนวนไม่เป็นทางการหรือมีอารมณ์ขัน สำหรับทั้งสองแบบ ตัวอย่างประโยคสอนคุณได้มากกว่าคำแปล เพราะแสดงให้เห็นว่าถ้อยคำนั้นใช้จริงอย่างไร
เริ่มจากสำนวนเกี่ยวกับความรู้สึก หรือสำนวนเกี่ยวกับเวลา หรืออ่านวิธีเรียนสำนวนภาษาอังกฤษ